วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

ครั้งที่ 5 วันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

 

 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ.2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหา

ทฤษฎีการเรียนรู้

 พาฟลอบ  (รัสเซีย) → ทฤษฎีการวางเงื่อนไข

สุนัขหิวจัด → เครื่องวัดน้ำลาย → สั่นกระดิ่ง → ให้อาหาร → สั่น → น้ำลายไหล 

ก่อนการวางเงื่อนไข

ให้ผงเนื้อ → น้ำลายไหล 

 สั่นกระดิ่ง → น้ำลายไม่ไหล

ขณะวางเงื่อนไข

ให้ผงเนื้อ + สั่นกระดิ่ง →  น้ำลายไหล

หลังจากการวางเงื่อนไข

สั่นกระดิ่งแล้ว → น้ำลายไหล

หลักการเรียนรู้ที่สำคัญ

การแผ่ขยาย ⇒  ใช้ได้กับทุกคนทุกวัย

การแยกแยะ  ⇒ พฤติกรรมใดที่ทำให้เป็นสิ่งเร้า

การหยุดยั้ง ⇒  หยุดพฤติกรรม

การฟื้นคือสภาพเดิม  ⇒ พฤติกรรมสามารถกลับคืน ถ้าไม่เกิดการตอบสนอง

การนำไปใช้ ⇒ ใช้ในการวางเงื่อนไขให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้

วัตสัน (อเมริกัน) → การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค 

สิ่งเร้าสองสิ่งมาคู่กัน คือ เงื่อนไข (ตีเหล็ก) ไม่มีเงื่อนไข (หนูขาว) 

     พฤติกรรมควบคุมให้เกิดขึ้นได้โดยวางสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขให้สัมพันธ์กับสิ่งเร้าตามธรรมชาติการเรียนรู้จะคงทนถาวรหากมีการให้สิ่งเร้าที่สัมพันธ์กันนั้นควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ (เมื่อทำได้ก็สามารถลดพฤติกรรมได้) 

สกินเนอร์ (อเมริกัน) → การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคจำกัด

เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นส่วนน้อยของมนุษย์ พฤติกรรมส่วนใหญ่มนุษย์เป็นผู้ลงมือกระทำ

 พฤติกรรมมี 3 องค์ประกอบ 

1.สิ่งที่เกิดก่อน(สิ่งเร้า) → พฤติกรรม(การเสริมแรง) → ผลที่ได้รับ 

2.การเสริมแรงทางบวก = ตอบสนองดี (การให้รางวัล) 

3.การเสริมแรงทางลบ = ตอบสนองดี (ตำหนิ , เสียงดัง)

ธอร์นไดค์ → ทฤษฎีการเชื่อมโยง  การลองผิดลองถูก เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

กฎแห่งผล : ถ้าชอบก็จะทำซ้ำๆ ไม่ชอบจะไม่ทำเลย

กฎแห่งความพร้อม : ร่างกายพร้อม ได้เรียน จะพอใจ , ร่างกายพร้อม ไม่ได้เรียน ไม่พอใจ , ร่างกายไม่พร้อม บังคับให้เรียน ไม่พอใจ 

กฎแห่งการฝึกหัด : ทำซ้ำ + ปรับปรุงเสมอ = คล่องแคล่ว , ไม่ลืม 

เมรีโจน → การวางเงื่อนไขกลับ

เด็กกลัวหนู → ร้องไห้ → อุ้มด้วยความรัก(และแม่จะยื่นขนมให้ทุกครั้ง) → ให้เล่นกับหนูขาว → มีความสุข 

การนำไปใช้ ⇨ สร้างบรรยากาศดีในการสอน , เป็นกันเอง , ใช้สื่อที่ดี , ครูไม่ใจร้าย , เปิดโอกาาให้เด็กมีมุมอิสระ , สอนให้สนุก  , ให้ความรักความอบอุ่น 

ไทเลอร์ → ทฤษฎีความต่อเนื่อง 

ให้โอกาสฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆและต่อเนื่องกัน

→ การจัดช่วงลำดับ : ง่ายไปหายาก 

→ บูรณาการ : นำพัฒนาการผสมกับการจัดกิจกรรม

กิจกรรมในห้องเรียน

   อาจารย์ให้จัดกลุ่ม 5  คน แล้วสรุปเนื้อหาตามความเข้าใจของแต่ล่ะคน พร้อมยกตัวอย่างกิจกรรมจากทฤษฎีที่เรียน


1.นางสาวสุจิตรา จันขนแก่น กล่าวว่า
     ทฤษฎีแต่ละทฤษฎีมีความคล้ายคลึงกันและมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไปมีสิ่งเร้ามีการวางเงื่อนไขต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับผู้เรียน หรือให้สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมต่างๆ เราควรเลือกใช้ให้เหมาสมหรือนำมาบูรณาการให้เหมาะสมกับผู้เรียน

2.นางสาวอัญญชิสา ชฎาแก้ว กล่าวว่า
      ทฤษฎีแต่ละทฤษฎีเกิดจากการเรียนรู้ การสังเกต ทดลอง และเป็นการนำเอาแนวคิดในแต่ละทฤษฎีมาบูรณาการในรูปแบบที่หลากหลายให้เหมาะสมกับอายุ วัย หรือพัฒนาการของผู้เรียน ให้มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเหมาะกับผู้เรียน

3.นางสาวอรพรรณ ธนูทอง กล่าวว่า
     ทฤษฎีการเรียนรู้ในแต่ละทฤษฎีจะมีความคล้ายคลึงกัน ในการเรียนรู้ของเด็กผู้สอนจะต้องจัดให้มีสิ่งเร้าเป็นตัวกระตุ้น และมีการเสริมแรงให้กับเด็ก ต้องจัดสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วนตนเองโดยการลองผิดลองถูก การเรียนรู้ของเด็กจะเกิดการเรียนรู้ที่ดี ผู้สอนจะต้องจัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวได้ใช้ภาษาและได้ใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้

4.นางสาวกรรณิกา แสงสูง กล่าวว่า
     ในการนำทฤษฎีการเรียนรู้แต่ละทฤษฎีไปใช้จะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการเรียนรู้เกิดจากสิ่งเร้าต่างๆรอบตัว และต้องมีการเสริมแรงเพื่อให้เด็กอยากที่จะทำสิ่งนั้นต่อไป และหลักการในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยจะต้องพัฒนาเด็กให้ครบทุกด้านเน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

5.นางสาวชนิภรณ์ เผ่าเพ็ง กล่าวว่า
     ทฤษฎีการเรียนรู้แต่ละทฤษฎีมีความคิดและแนวความเชื่อที่แตกต่างกันไป จะเห็นได้ว่าทุกทฤษฎีนั้นจะส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กให้ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมตามวัยในทุกๆด้านโดยหลักที่นำมาใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นการเสริมแรงทางบวกให้กับเด็ก ให้เด็กได้รับกำลังใจพร้อมที่จะเรียนรู้

ยกตัวอย่างกิจกรรม ไข่จมไข่ลอย
ทฤษฎีของธอนร์ไดร์
     ให้เด็กได้ทำการทดลองนำไข่ไปใส่ในแก้วน้ำ2ใบ แก้วใบหนึ่งใส่เกลือลงไปในน้ำ อีกใบใส่แค่น้ำเปล่า จากนั้นให้เด็กสังเกตว่าทำไมแก้วที่มีเกลือไข่ถึงลอย แก้วที่ไม่มีเกลือไข่ถึงจม 

สรุปกิจกรรม จะสังเกตได้ว่าความหนาแน่นของไข่มากกว่าความหนาแน่นของน้ำจึงทำให้ไข่สามารถลอยขึ้นมาได้ เมื่อนำเกลือใส่ลงไปเกลือมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ ไข่ไก่มีความหนาแน่นมากกว่าเกลือจึงทำให้ไข่ลอยน้ำขึ้นได้

ประเมินอาจารย์ผู้สอน 

    อาจารย์มีความพร้อมมากในการสอน อาจารย์เตรียมเนื้อหามาอย่างดี และมีการเสริมความรู้ให้กับนักศึกษาในการพรีเซนต์งาน

ประเมินตนเอง 

    ตั้งใจจดบันทึกในสิ่งที่อาจารย์สอน พร้อมกับสรุปให้ตนเองสามารถนำมาทำความเข้าใจภายหลังได้

ประเมินเพื่อน 

    เพื่อนๆตั้งใจสรุปเนื้อหาที่เรียนพร้อมกับตอบคำถามอาจารย์ตลอด และช่วยกันทำงานที่ได้รับมอบหมายในกลุ่มของตนเองเป็นอย่างดี

บรรยากาศในห้อง 

    อากาศในห้องเย็นพอดี ทำให้การเรียนราบรื่นเป็นอย่างดีไม่มีอุปสรรค

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ครั้งที่ 6 วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2563 การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

  การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ.2563 เวลา 08:30 - 12:30 น. เนื้อหา     ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร...