การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2563
เวลา 08:30 - 12:30 น.
เนื้อหา
ทฤษฎีทางด้านสติปัญญา
เพียเจท์
การคิดเชิงตรรกะหรือความคิดเชิงเหตุผล → ถ้าเด็กๆน่ารัก จะให้ดื่มนม
ซึ่งขั้นการพัฒนาทางสติปัญญาที่เกี่ยวกับปฐมวัยคือ 2 ขั้นแรก
ขั้นที่ 1 ขั้นประสาทการรับรู้ปละการเคลื่อนไหว อายุ แรกเกิด - 2 ปี
ขั้นที่ 2 ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด *แบ่งเป็น 2 ขั้น
↳ ขั้นก่อนเกิดสังกัป อายุ 2 - 4 ปี เริ่มมีเหตุผล โดยยึดตนเองเป็นหลัก สามารถโยง 2 เหตุการณ์หรือมากกว่า มาเป็นเหตุผลเกี่ยวกันได้ พัฒนาการทางด้านภาษาเร็ว เข้าใจสิ่งต่างๆเบื้องต้น
↳ ขั้นคิดแบบญาณหยั่งรู้ อายุ 4 - 7 ปี มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของวัตถุ นำความรู้หนึ่งไปอธิบายหรือแก้ปัญหาอื่นและสามารถนำเหตุผลทั่วไปมาสรุปแก้ปัญหาโดยไม่วิเคราะห์ พูดตามสิ่งที่ตนเห็น
การประยุกต์ใช้
⇶ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็ก
⇶ จัดกิจกรรมผ่านการใช้ประสาทสัมผัส การกระทำ ให้อิสระในการพัฒนาไม่เอาเด็กมาเปรียบเทียบกัน คำนึกถึงความต่างระหว่างบุคคล
บรูเนอร์
การเรียนรู้โดยการค้นพบ (Disco Approach) ทำให้เด็กค้นพบและแก้ปัญหา จากการเกิดความอยากรู้อยากเห็นซึ่งเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เด็กสำรวจสิ่งแวดล้อมและทำให้เกิดการเรียนรู้โดยการค้นพบ
บรูเนอร์มีความเชื่อว่ามนุษย์มักจะเลือกรับรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตนเอง
การประยุกต์ใช้
⇶ ส่งเสริมให้เรียนอย่างอิสระ จัดการเรียนการสอน โครงสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียนสร้างแรงจูงใจในการสอน
⇶ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ค้นพบการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ไวก๊อตสกี
พัฒนาการและการเรียนรู้มีลักษณะที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน มนุษย์เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ 3 แบบ
1. จากบรรพบุรุษ
2. จากสังคม (มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม)
3. การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม
แบ่งเชาว์ปัญญาออกเป็น 2 ขั้น
1. เรียนรู้เองตามธรรมชาติ (ขั้นเบื้องต้น)
2. เกิดจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ที่อบรมเลี้ยงดู (ขั้นสูง)
แบ่งพัฒนาการทางภาษาเป็น 3 ขั้น
1. ใช้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (ภาษาสังคม) อายุ 0 - 3 ปี → สื่อสารความคิด ความต้องการ ความรู้สึก
2. พูดกับตนเอง อายุ 3 - 7 ปี → เด็กพูดกับตนเอง ช่วยในการคิดหรือตัดสินใจ
3. พูดในใจเฉพาะตน อายุ 7 ขวบขึ้นไป → ใช้ภาษาในการแก้ปัญหาโดยใช้ผ่านภายในใจตนเอง
#พื้นที่รอยต่อของพัฒนาการ
ทำให้บุคคลมีความพร้อมต่ออนาคต รอยต่อเหมือนดอกบัวตูมค่อยๆบานเหมือนพัฒนาการ
พื้นที่รอยต่อเกิดจากการชี้แนะของครู การกระตุ้น การชักจูง เช่น ถ้าเด็กๆขึ้นป.1 เด็กๆจะไม่ต้องนอนกลางวันแล้วนะ ดีใจไหม
พื้นที่รอยต่อวันนี้จะเป็นระดับของการพัฒนาของวันพรุ่งนี้อะไรก็ตามที่เด็กทำได้โดยความช่วยเหลือในวันนี้ วันพรุ่งนี้เขาจะสามารถทำได้ด้วยตนเอง รอยต่อไม่แน่นอน ไม่มั่นคง อาจจะขึ้นอยู่กับอารมณ์
#การรับรู้รอยต่อพัฒนาการประกอบด้วย
1. ภาษา
2. ปฎิสัมพันธ์ทางสัมคม
3. วัฒนธรรม
4. การเรียนแบบ
5. การชี้แนะหรือการช่วเหลือ
การประยุกต์ใช้
⇶ ให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้เองโดยอาจจะมีครูคอยแนะนำทำการประเมินโดยยึดหลักตามความสนใจ ความถนัดของเด็ก
ประเมินอาจารย์ผู้สอน
อาจารย์มีเนื้อหาที่ครบถ้วน หลังจากสอนจบในเนื้อหาของนักทฤษฎีแต่ละคนอาจารย์จะมีสรุปให้อีกรอบเพื่อทบทวนทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอน สรุปเนื้อหาเป็นความเข้าใจของตนเอง และถ่ายรูปเก็บเนื้อเพลงที่อาจารย์ให้
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆสนุกกับการร้องเพลงและทำท่าประกอบเพลง รวมถึงให้ความร่วมมือในการเรียนการสอนเป็นอย่างดี
บรรยากาศในห้อง
บรรยากาศในห้องคึกคักกันมากได้ผ่อนคลายก่อนเริ่มเรียนทำให้มีความสุขในการเรียน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น